งบ 30,000 บาทต่อเดือน ควรแบ่งลงแพลตฟอร์มไหนให้คุ้มที่สุด
คำถามที่เจ้าของธุรกิจถามเราบ่อยที่สุด คำตอบไม่ใช่ตัวเลขสำเร็จรูป แต่เป็นวิธีคิดที่ใช้ซ้ำได้ทุกเดือน
ก่อนจะแบ่งงบ ต้องตอบให้ได้ก่อนว่าเดือนนี้เราต้องการอะไร — คนรู้จักเพิ่ม หรือยอดขายเพิ่ม สองเป้าหมายนี้ใช้แพลตฟอร์มและวิธีวัดผลไม่เหมือนกัน การเอางบก้อนเดียวไปไล่ทั้งสองเป้าพร้อมกันคือสาเหตุที่ทำให้ตัวเลขออกมาไม่ชัดทั้งคู่
1. แบ่งงบตามขั้นของ Funnel ไม่ใช่ตามแพลตฟอร์ม
สัดส่วนที่เราใช้เป็นจุดเริ่มต้นกับลูกค้า SME คือ 50% สำหรับสร้างการรู้จัก 30% สำหรับกลุ่มที่เคยมีปฏิสัมพันธ์ และ 20% สำหรับลูกค้าเดิม เมื่อข้อมูลเริ่มนิ่งหลังสัปดาห์ที่สาม ค่อยขยับงบไปยังขั้นที่ให้ผลดีที่สุด
2. เลือกแพลตฟอร์มจากพฤติกรรมลูกค้า
- 1สินค้าที่ตัดสินใจเร็ว — ให้น้ำหนักสื่อที่เห็นแล้วซื้อได้ทันที และปิดการขายในแชท
- 2บริการที่ต้องปรึกษาก่อน — เก็บคนเข้า LINE OA แล้วดูแลด้วยข้อความอัตโนมัติตามพฤติกรรม
- 3สินค้าราคาสูง — ยอมจ่ายต่อ Lead แพงขึ้นได้ แต่ต้องคัดกรองก่อนส่งให้ทีมขาย
งบไม่ได้กำหนดผลลัพธ์ ระบบวัดผลกำหนด — ถ้ายังไม่รู้ว่า Lead หนึ่งคนมีมูลค่าเท่าไร การเพิ่มงบก็แค่เพิ่มความเสี่ยง
3. รู้ว่าเมื่อไรควรหยุดเพิ่มงบ
เมื่อ CPA เริ่มขยับขึ้นเกิน 20% จากค่าเฉลี่ยสองสัปดาห์ก่อน ในขณะที่ยอดขายไม่โตตาม นั่นคือสัญญาณว่ากลุ่มเป้าหมายเริ่มอิ่มตัว ทางที่ถูกคือหยุดเพิ่มงบ กลับไปทำ creative ชุดใหม่หรือขยายกลุ่มเป้าหมายก่อน
สิ่งที่ต้องมีก่อนตัดสินใจทุกครั้งคือรายงานที่เห็นทั้ง ROAS ระดับแคมเปญ และ ROI ระดับธุรกิจ ตัวเลขสองชั้นนี้จะบอกได้ว่ากำไรจริงมาจากช่องทางไหน




